ซีรี่ย์จีนย้อนยุคบางเรื่องดูแล้วจะรู้สึกว่าแค่ตัวละครต้องเอาชีวิตรอดก็เหนื่อยแทนแล้ว และ The Long March of Princess Changge ก็เป็นเรื่องที่ให้อารมณ์แบบนั้นตั้งแต่ช่วงแรกเลย เพราะชีวิตของหลี่ฉางเกอเปลี่ยนจากองค์หญิงที่เคยอยู่สูงสุด กลายเป็นคนที่ต้องหนีตายและใช้ชีวิตอย่างระวังทุกก้าว
หลังเหตุการณ์ล้างตระกูล หลี่ฉางเกอต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายและออกเดินทางเพื่อเอาชีวิตรอด ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยการเมือง สงคราม และคนที่พร้อมหักหลังกันได้ตลอดเวลา ยิ่งดูไปเรื่อย ๆ จะยิ่งรู้สึกว่าตัวละครนี้แทบไม่มีเวลาพักจริง ๆ

ซีรี่ย์ย้อนยุคที่เต็มไปด้วยแรงกดดันตั้งแต่ต้นเรื่อง
จุดที่หลายคนติดเรื่องนี้ คือบรรยากาศที่ค่อนข้างตึงตลอดเวลา เพราะหลี่ฉางเกอไม่ได้แค่ต้องหนีศัตรู แต่ยังต้องปิดบังตัวตนของตัวเองไปพร้อมกัน หลายฉากเลยดูแล้วลุ้นง่ายมาก ว่าสุดท้ายจะมีใครจับความลับได้หรือเปล่า
และเพราะเรื่องเดินด้วยสถานการณ์กดดันแบบนี้ตลอด เลยทำให้หลายตอนดูแล้วหยุดยาก ยิ่งเวลาเรื่องเริ่มโยงเข้ากับการเมืองหรือสงคราม คนดูก็จะยิ่งรู้สึกว่าโลกของเรื่องนี้ไม่มีที่ปลอดภัยจริง ๆ
ความสัมพันธ์ของพระนางยิ่งดูยิ่งหน่วง
อีกอย่างที่ทำให้หลายคนอิน คือความสัมพันธ์ระหว่างหลี่ฉางเกอกับอาสื่อน่าสุ่น เพราะทั้งคู่เริ่มต้นจากการช่วยเหลือกัน แต่สุดท้ายกลับต้องอยู่คนละฝั่งของสถานการณ์
หลายฉากเลยให้อารมณ์ทั้งใกล้ชิดและอึดอัดพร้อมกัน ยิ่งทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น คนดูก็ยิ่งรู้สึกว่าความสัมพันธ์นี้ไม่น่าจะง่ายเลยจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อเรื่องหน้าที่และสงครามเข้ามาเกี่ยวข้องเต็ม ๆ
เป็นซีรี่ย์ที่ทั้งเข้มข้นและดูมีพลังมาก
นอกจากเรื่องการเมืองกับความสัมพันธ์แล้ว สิ่งที่หลายคนชอบอีกอย่างคือหลี่ฉางเกอเป็นนางเอกที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เธอไม่ได้รอให้ใครมาช่วยตลอด แต่พยายามเอาตัวรอดและตัดสินใจหลายอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้คนดูยิ่งเอาใจช่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ
อีกอย่างคือโปรดักชันของเรื่องค่อนข้างใหญ่ ทั้งฉากสงคราม เสื้อผ้า และบรรยากาศของโลกในเรื่องที่ดูจริงจัง ทำให้หลายช่วงยิ่งดูมีแรงกดดันมากขึ้นไปอีก
ถ้าชอบซีรี่ย์จีนย้อนยุคที่มีทั้งการเมือง การเอาตัวรอด และความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกเรื่องที่ดูแล้วติดง่ายมาก เพราะยิ่งดู คนดูก็ยิ่งอยากรู้ว่าหลี่ฉางเกอจะผ่านทุกอย่างไปได้ยังไง
คำศัพท์ที่น่าสนใจในบทความนี้
ล้างตระกูล คือการกำจัดคนทั้งตระกูลหรือทั้งครอบครัว เพื่อทำลายอำนาจหรือปิดปากทางการเมือง
ปลอมตัว คือการเปลี่ยนตัวตนหรือรูปลักษณ์ เพื่อปกปิดความจริงไม่ให้คนอื่นรู้
แรงกดดัน คือความเครียดหรือสถานการณ์ที่บีบให้ตัวละครต้องระวังและตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา