ซีรี่ย์จีนย้อนยุคหลายเรื่องมักเล่าเรื่องความรักหรือเกมอำนาจเป็นหลัก แต่ Song of Youth เป็นอีกเรื่องที่ดูไปเรื่อย ๆ แล้วจะเริ่มรู้สึกว่า เสน่ห์จริง ๆ ของเรื่องอยู่ที่การเติบโตของนางเอกมากกว่า
เรื่องเริ่มจากหลินเฉ่าชุน ที่ชีวิตพังลงหลังครอบครัวถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม จากคนที่เคยมีชีวิตสงบ ๆ เธอต้องเริ่มต้นใหม่และพยายามหาทางยืนด้วยตัวเองในโลกที่ไม่ได้ใจดีกับเธอเท่าไร ซึ่งพอดูไปเรื่อย ๆ จะเริ่มเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงเอาใจช่วยตัวละครนี้หนักมาก

ซีรี่ย์ย้อนยุคที่ไม่ได้มีแค่ความรัก แต่ดูแล้วอยากเอาใจช่วยนางเอกตลอดเรื่อง
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูเพลิน คือหลินเฉ่าชุนไม่ใช่นางเอกสายรอให้คนมาช่วยอย่างเดียว แต่เป็นตัวละครที่พยายามหาทางลุกขึ้นใหม่ด้วยตัวเองอยู่ตลอด ถึงหลายช่วงจะเจอทั้งแรงกดดัน เรื่องชนชั้น หรือคำดูถูกจากคนรอบข้าง แต่เธอก็ยังพยายามเดินต่อเรื่อย ๆ
อีกอย่างที่หลายคนชอบ คือจังหวะของเรื่องค่อนข้างดูง่าย ถึงจะมีดราม่าอยู่บ้าง แต่ไม่ได้หนักจนเหนื่อยเกินไป เลยทำให้ดูต่อได้เรื่อย ๆ แบบสบายมาก
ความสัมพันธ์ของพระนางค่อย ๆ พัฒนาแบบดูแล้วอบอุ่น
ซุนอวี้โหลวเป็นพระเอกที่ดูสุภาพและค่อนข้างจริงใจ ซึ่งพออยู่กับหลินเฉ่าชุนแล้ว chemistry ของทั้งคู่ก็ดูเข้ากันแบบธรรมชาติ หลายฉากไม่ได้หวือหวา แต่กลับดูแล้วสบายใจมาก
เรื่องนี้ไม่ได้เร่งให้พระนางรักกันเร็วเกินไป แต่ปล่อยให้ความสัมพันธ์ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับปัญหาที่ทั้งคู่ต้องเจอ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หลายช่วงดูแล้วเผลอยิ้มตามง่ายเหมือนกัน
เป็นซีรี่ย์ที่ดูแล้วรู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต
อีกจุดที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากซีรี่ย์ย้อนยุคทั่วไป คือมันไม่ได้พูดแค่เรื่องความรัก แต่พูดถึงการพิสูจน์ตัวเองและการไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตด้วย
หลายตอนเลยให้ feeling แบบค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมตัวละคร ถึงบางช่วงจะมีอุปสรรคหรือความไม่ยุติธรรมเข้ามา แต่ภาพรวมของเรื่องยังให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีความหวังอยู่ตลอด
ถ้าชอบซีรี่ย์จีนย้อนยุคที่มีทั้งความโรแมนติก การเติบโตของตัวละคร และนางเอกที่ดูแล้วอยากเอาใจช่วยไปเรื่อย ๆ เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกเรื่องที่ดูเพลินมากแบบไม่รู้ตัว
คำศัพท์ที่น่าสนใจในบทความนี้
chemistry คือความเข้ากันของตัวละครหรือนักแสดง ที่ทำให้คนดูรู้สึกอินกับความสัมพันธ์ในเรื่อง
feeling คืออารมณ์หรือความรู้สึกที่คนดูได้รับระหว่างดูซีรี่ย์