ซีรี่ย์จีนแนวรักท่ามกลางสงครามหลายเรื่องมักเริ่มจากความแค้นหรือความสูญเสีย แต่ Cry Me A River of Stars เป็นอีกเรื่องที่ดูไปเรื่อย ๆ แล้วจะเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพระนางเต็มไปด้วยความกดดันตั้งแต่แรก จนหลายช่วงดูแล้วแอบเหนื่อยแทนตัวละครเหมือนกัน
เรื่องเริ่มจากเถาจวินหราน ชายที่สูญเสียทุกอย่างจากสงคราม จนความแค้นกลายเป็นสิ่งเดียวที่ผลักดันให้เขาเดินต่อ แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปหลังได้เจอกับหลี่อาฟ่าน หญิงสาวธรรมดาที่เข้ามาทำให้ชีวิตของเขาเริ่มไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ตอนแรกเหมือนซีรี่ย์รักดราม่าทั่วไป แต่ยิ่งดูยิ่งกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เสน่ห์ของเรื่องนี้คือมันไม่ได้เล่าแค่ความรักหวาน ๆ แต่ค่อย ๆ ทำให้คนดูเห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยสิ่งที่ขวางอยู่ตลอด ทั้งอดีต สงคราม และหน้าที่ที่ไม่มีใครหนีได้ง่าย ๆ
โดยเฉพาะตอนที่ความจริงเริ่มเปิดเผยว่าหลี่อาฟ่านมาจากแคว้นศัตรู หลายอย่างในเรื่องจะเริ่มเปลี่ยนทันที เพราะจากคนที่เคยเป็นที่พักใจ กลับกลายเป็นคนที่ทำให้เถาจวินหรานต้องลังเลระหว่างความรู้สึกกับสิ่งที่ตัวเองแบกไว้มาตลอด
ความสัมพันธ์ของพระนางคือจุดที่ทำให้เรื่องดูหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วอินง่าย คือทั้งสองคนไม่ได้เป็นตัวละครที่สมบูรณ์แบบ ต่างฝ่ายต่างมีบาดแผลและเหตุผลของตัวเอง ทำให้หลายฉากไม่ได้มีใครผิดหรือถูกชัด ๆ แต่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่คนดูสัมผัสได้ตลอดเวลา
และเพราะเรื่องค่อย ๆ สะสมความรู้สึกผ่านหลายเหตุการณ์ พอถึงช่วงที่ตัวละครต้องเลือกจริง ๆ คนดูเลยยิ่งเข้าใจว่าทำไมหลายการตัดสินใจถึงเจ็บขนาดนี้
เป็นซีรี่ย์ที่เต็มไปด้วยความรัก ความแค้น และความสูญเสีย
ถึงเรื่องจะมีฉากสงครามและความขัดแย้งค่อนข้างเยอะ แต่สิ่งที่ทำให้ mood ของเรื่องหนักจริง ๆ คือความรู้สึกของตัวละครมากกว่า โดยเฉพาะเวลาที่ความรักเริ่มสวนทางกับหน้าที่ หรือเวลาที่อดีตยังตามมาหลอกหลอนอยู่ตลอด
อีกอย่างที่ช่วยให้เรื่องดูน่าอิน คือบรรยากาศของเรื่องที่ค่อนข้างหม่นและกดดันอยู่ตลอดเวลา ทั้งฉาก เมือง และความสัมพันธ์ของตัวละครหลายคู่ ทำให้คนดูรู้สึกได้ตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะจบง่ายแน่นอน
ถ้าชอบซีรี่ย์จีนดราม่าที่มีทั้งสงคราม ความรัก และความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความลังเล เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกเรื่องที่ดูไปเรื่อย ๆ แล้วยิ่งหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว
คำศัพท์ที่น่าสนใจในบทความนี้
ความแค้น คือความโกรธหรือความเจ็บที่ฝังอยู่ในใจจากอดีต จนกลายเป็นแรงผลักดันของตัวละคร
หน้าที่ คือสิ่งที่ตัวละครจำเป็นต้องทำ แม้บางครั้งจะสวนทางกับความรู้สึกของตัวเอง
mood หน่วง คือความรู้สึกกดดัน เศร้า หรือค้างในใจหลังดูบางฉากหรือบางช่วงของเรื่อง