ซีรี่ย์จีนย้อนยุคหลายเรื่องมักให้นางเอกเริ่มจากคนอ่อนแอแล้วค่อยพัฒนาไปเรื่อย ๆ แต่ A Girl Like Me ค่อนข้างต่างออกไป เพราะปันฮั่วเป็นตัวละครที่เปิดมาตั้งแต่แรกก็ชัดเลยว่าไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมากำหนดชีวิตง่าย ๆ
ถึงเธอจะถูกถอนหมั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหลายคนมองว่าเป็นสตรีไร้ค่า แต่จริง ๆ แล้วปันฮั่วกลับเป็นตัวละครที่ทั้งมั่นใจ กล้าพูด และพร้อมลุยกับทุกสถานการณ์ ยิ่งพอเริ่มเห็นว่าเธอสามารถมองเห็นอนาคตผ่านความฝันได้ เรื่องก็ยิ่งเริ่มสนุกขึ้นเรื่อย ๆ

นางเอกคือเสน่ห์หลักของเรื่องแบบชัดมาก
สิ่งที่หลายคนชอบเรื่องนี้ คือปันฮั่วไม่ได้เป็นนางเอกสายเรียบร้อยหรือรอให้คนมาช่วย แต่เป็นคนที่พร้อมจัดการปัญหาด้วยตัวเองตลอดเวลา หลายฉากเลยดูสะใจแบบแปลก ๆ เพราะเธอกล้าพูด กล้าตอบโต้ และไม่ยอมให้ตัวเองโดนกดง่าย ๆ
แต่ถึงจะดูเป็นคนแรง ๆ มั่นใจ ๆ เรื่องก็ยังทำให้เห็นมุมที่เธอแคร์ครอบครัวและคนรอบตัวมากเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่เริ่มเห็นภาพอนาคตเกี่ยวกับการสูญเสียของคนในบ้าน คนดูจะเริ่มเข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงพยายามเปลี่ยนโชคชะตาขนาดนั้น
ดูเพลินเพราะมีทั้งความโรแมนติกและเกมการเมืองเบา ๆ
อีกจุดที่ทำให้เรื่องนี้ดูต่อได้ง่าย คือมันไม่ได้หนักการเมืองจนเครียดเกินไป ยังมีทั้งความโรแมนติก ความตลก และจังหวะกวน ๆ ของตัวละครคอยทำให้ mood ของเรื่องดูสนุกอยู่ตลอด
โดยเฉพาะเวลาปันฮั่วอยู่กับหรงเสีย ที่ตอนแรกดูเป็นผู้ชายสุขุมและลึกลับ แต่พอทั้งคู่เริ่มสนิทกัน จะเริ่มเห็น chemistry ที่ดูเข้ากันแบบคาดไม่ถึง หลายฉากดูแล้วจะรู้สึกว่าทั้งคู่ช่วย balance กันได้ดีมาก
เป็นซีรี่ย์ย้อนยุคที่ดูสบาย แต่ยังมีปมให้ติดตามเรื่อย ๆ
ถึงเรื่องจะมีทั้งปมเรื่องอดีตและความลับในราชสำนัก แต่จังหวะของเรื่องค่อนข้างดูง่าย ไม่ได้กดดันตลอดเวลา เลยทำให้เปิดดูต่อได้เรื่อย ๆ แบบไม่เหนื่อย
และเพราะเรื่องเดินด้วยตัวละครเป็นหลัก คนดูเลยยิ่งผูกพันกับปันฮั่วมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาที่เธอต้องพยายามเปลี่ยนอนาคตที่ตัวเองเห็นในฝัน หลายช่วงดูแล้วจะเผลอเอาใจช่วยแบบไม่รู้ตัว
ถ้าชอบซีรี่ย์จีนย้อนยุคที่นางเอกเก่ง มีทั้งความโรแมนติก ความวุ่นวาย และตัวละครที่ดูแล้วมีเสน่ห์ตั้งแต่ต้นเรื่อง เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกเรื่องที่ดูเพลินยาว ๆ ได้ง่ายมาก
คำศัพท์ที่น่าสนใจในบทความนี้
chemistry คือความเข้ากันของตัวละครหรือนักแสดง ที่ทำให้คนดูรู้สึกอินเวลาทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
เกมการเมือง คือการชิงอำนาจ การวางแผน หรือการต่อรองกันภายในราชสำนักหรือกลุ่มอำนาจต่าง ๆ